Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

หลักการเลือกผู้ให้บริการwrapที่ดี

งาน wrap car เป็นงาน ศิลป์ ประเภทหนึ่ง หากได้ผู้ให้บริการดีๆ รถของคุณก็จะออกมาสวยถูกใจ ไม่มีปัญหาจุกจิกมากวนใจภายหลัง แต่หากเลือกผู้ให้บริการผิดๆ อาจจะต้องคิดหนักจนปวดหัว รวมไปถึงต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่บานปลาย และเสียเวลาไปกับแก้งานหลายๆเที่ยว หากไม่อยากเลือกผู้ให้บริการผิดๆ ลูกค้าต้องใช้วิจารณญาณในการเลือกให้มากๆ อย่าหลงในคำโฆษณาชวนเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ทำเร็วจนเหลือเชื่อ บริการถึงบ้าน หรือราคาที่ถูกจนล่อใจ เพราะงานwrap car เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้องใช้ฝีมือ เวลา และประสบการณ์ในการติดตั้ง ไม่ใช่ใครๆก็ทำได้ โดยทางศูนย์บริการของเรา ได้เสนอแนวทางในการประกอบการพิจารณาการเลือกผู้ให้บริการ wrap carกับคุณ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องมาปวดหัวกับงานwrap car ที่ไม่ได้มาตรฐานในภายหลัง

เกณฑ์ในการเลือกผู้ให้บริการ

1.

Wrapเร็ว Wrapไว

ลูกค้าส่วนใหญ่มักชอบที่จะได้รถไวๆ ทำเสร็จเร็วเท่าไรยิ่งดี แต่อยากให้ฉุกคิดสักนิดว่าทำไมผู้ให้บริการจึงทำเสร็จไว ตรงนี้เป็นสิ่งที่ลูกค้าทุกคนควรใส่ใจ เพราะงานWrap จะเสร็จช้าเสร็จเร็ว ล้วนขึ้นกับความละเอียดในการทำงานของผู้ให้บริการแต่ละที่ ซึ่งจะมีการเก็บงานละเอียดไม่เท่ากัน จึงใช้เวลาต่างกันออกไป อย่าเชื่อในเหตุผลที่ผู้ให้บริการกล่าวอ้างต่างๆ ไม่ว่าจะบอกว่าช่างเราเก่ง, ช่างเรามีฝีมือ, หรือเพราะเรามีจำนวนช่างมาก ซึ่งทั้งหมด ก็ตามแต่ผู้ให้บริการจะอ้าง ทางเราอยากแนะนำให้คุณเชื่อสายตาตัวคุณเอง วิธีดูง่ายๆ คือ ดูรอยต่อ ดูตะเข็บ ดูการเก็บงาน โดยดูจากจุดสังเกต ง่ายๆเหล่านี้

wrap_car - จุดที่หนึ่งงาน wrap  car ที่ดีต้องไม่มีรอยต่อหลังมือจับ
ให้สังเกตุว่ามีรอยต่อที่ด้านหลังมือจับหรือไม่ ซึ่งถ้ามีรอยต่อก็แสดงให้เห็นว่า ผู้ให้บริการไม่ได้ถอดมือจับออกมา wrap แต่จะใช้วิธีกรีดฟิล์ม ให้มือจับทะลุฟิล์มออกมา แล้วจึงไปต่อฟิล์ม ที่ด้านหลัง ตรงส่วนเว้าหลังมือจับ ที่เป็นเช่นนี้เพราะผู้ให้บริการเน้นที่เน้นทำไว และเร่งงานให้เสร็จเร็ว จึงไม่อยากที่จะถอดมือจับให้เสียเวลา เพราะลำพังแค่ถอดมือจับก็กินเวลาเป็นชั่วโมงแล้วครับ งาน wrap ที่ได้ออกมาจึงมีรอยต่อเห็นได้ชัดตรงด้านหลังมือจับ บางร้านจะอ้างว่า กลัวมือจับ หรืออุปกรณ์ชิ้นส่วนภายใน เสียหายจากการถอดประกอบ ซึ่งจริงๆแล้ว การถอดมือจับไม่ใช่เรื่องยาก หรือมีความเสี่ยงแต่อย่างใด หากมีเวลาสักนิดก็สามารถถอดได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องใช้เวลาเท่านั้นเอง เหตุผลที่แท้จริงของผู้ให้บริการที่เน้นทำไว คือต้องการทำในระยะเวลาที่สั้นลง เพื่อที่จะ เพิ่มจำนวนรถที่เข้ามาใช้บริการให้มากขึ้น รายได้จะได้มากขึ้น และ ลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าแรงไปด้วยในตัว โดยไม่สนว่างานจะมีรอยต่อหรือไม่ ซึ่งผู้ให้บริการที่ดี ต้องเล็งถึงคุณภาพของงานที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าด้วย

wrap_car - จุดที่สอง งานwrap car ที่ดีใต้ท้องรถต้องมีการยิงซิลิโคนกันน้ำ กันสิ่งสกปรกตามชายตะเข็บ
ซิลิโคนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับงาน wrap car โดยเฉพาะในบริเวณใต้ท้องรถ เพราะส่วนบริเวณชายตะเข็บฟิล์มใต้ท้องรถนี้เอง ที่จะ เป็นส่วนที่เจอกับสิ่งสกปรก น้ำ , โคลน , ฝุ่น ,หิน ตลอดเวลา หากไม่มีการยิงซิลิโคนกันเอาไว้ จะทำให้มีการหลุดร่อนได้ง่าย แม้ว่าจะลงน้ำยา Primer ไว้แล้วก็ตาม ก็อาจยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานในระยะยาว ซึ่งอาจเกิดปัญหาชายตะเข็บหลุดร่อนได้ ถ้าไม่มีการยิงซิลิโคนกันเอาไว้ ทำให้ลูกค้าต้องเสียเวลามาเก็บงานบ่อยๆ แม้จะอยู่ในระยะเวลารับประกันก็ตาม ถ้าผู้ให้บริการตอบว่าแค่น้ำยาPrimerก็พอแล้ว ผมตอบได้เลยครับว่าไม่พอ ใช้งานระยะยาวชายตะเข็บหลุดแน่ๆ ถ้าไม่ยิงซิลิโคนกันไว้



- จุดที่สาม งานwrap car ที่ดี โลโก้ต่างๆต้องไม่มีรอยต่อ wrap_car

ผู้ให้บริการที่เน้นทำเร็วจะไม่ถอดโลโก้ของรถออกมา แต่จะใช้วิธีตัดฟิล์มปะไปตามช่องว่างของโลโก้ อย่างโลโก้ของเบนซ์นี้ ก็จะใช้วิธีตัดฟิล์มเป็นรูปตามช่องว่างระหว่างดาวสามแฉกกับวงกลม ซึ่งลูกค้าก็จะเห็นรอยต่อได้ชัดเจน ทั้งนี้ เพราะผู้ให้บริการกลัวจะเสียเวลาในการถอด และขจัดคราบกาวสองหน้า ของโลโก้นั่นเอง การถอดโลโก้เหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงใช้เอ็นเล็กๆ วิ่งผ่านไปด้านหลังโลโก้แล้ว ดึงก็สามารถถอดออกมาได้แล้วครับ

"จุดต่างๆเหล่านี้ ให้ลูกค้าทุกท่านที่จะตัดสินใจทำการwrap car สังเกตเอาจากรถลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ที่จอดอยู่นั่นเอง ซึ่งงานที่คุณเห็น ก็จะเป็นตัวฟ้องคุณภาพของงานwrapได้เป็นอย่างดี ดังนั้นลูกค้าจึงควรใช้วิจารณญาณของตนเอง ในการพิจารณา ว่าอยากได้งานที่เสร็จไว แต่ไม่เนียน มีรอยต่อเต็มไปหมด หรือรอสักนิดแต่ได้งานที่เนี๊ยบกว่า ทั้งนี้เพราะงาน wrap ต้องอยู่กับคุณ ไปอีกนาน อย่าให้เวลาที่เสร็จเร็วขึ้นไม่กี่ชั่วโมงมาตัดสินงานที่จะต้องอยู่กับคุณไปอีก 3 – 5 ปีเลยครับ "

ระยะเวลาที่เหมาะสมแนะนำ : 2 วัน “สังเกตร้านไหนทำเสร็จใน 1 วัน จะมีรอยต่อหลังมือจับ”
** เว้นแต่ลูกค้าไม่อยากให้ถอดมือจับ ก็สามารถ wrap แบบไม่ถอดมือจับได้ครับ แต่ก็จำเป็นต้องมีรอยต่อหลังมือจับนั่นเอง **

2.

ฟิล์มที่ใช้
2.1 ฟิล์มสี
wrap_car



แบรนด์ที่ใช้ในตลาด wrap car ณ ปัจุบัน ก็มี Oracal , 3M , Mactac , Avery แบรนด์เหล่านี้เป็นแบรนด์ของฟิล์มคุณภาพสูงที่สามารถนำมาใช้ในการwrapรถได้ โดยคุณสามารถ ดูหรือสอบถามจากผู้ให้บริการว่าใช้ฟิล์มยี่ห้อใดในการติดตั้ง ไม่แนะนำให้ทำตามร้านป้ายทั่วไป เพราะมักจะได้เป็น Sticker กาว Remove ธรรมดา ซึ่งเป็นเกรดที่ใช้กับงานป้ายทั่วไป ซึ่งต่างกับ ฟิล์ม ที่ใช้ในการ wrap car ร้านป้ายส่วนใหญ่จะใช้ Stickerกาว Remove ของจีนกันเป็นส่วนใหญ่เพราะด้วยต้นทุนที่ถูก ทำให้ได้กำไรจาการขายมากๆ แม้จะคิดค่าติดตั้งในราคาที่ถูกกว่าผู้ให้บริการรายอื่นๆก็ตาม

wrap_car_color




















แบรนด์แนะนำ : Oracal จากเยอรมัน มีกว่า 100 เฉดสี ซึ่งแบ่งเป็นสีด้าน 56 สี และ สีเงา 60 สี


2.2 ฟิล์มลายคาร์บอนเคฟล่า

wrapcar_3mแบรนด์ที่ใช้ในตลาดฟิล์มเคฟล่า ณ ปัจุบัน ก็มี 3M ที่เป็นแบรนด์หลักๆ ซึ่งเป็นฟิล์มเคฟล่าที่มีคุณภาพสูง ส่วนคุณภาพที่รองลงมา ก็มี เคฟล่าที่ผลิต ในญี่ปุ่น ,จีน ,ไต้หวัน ซึ่งเป็นทางเลือกในราคาที่ย่อมเยาลงมา

 
3M คุณภาพดีสุด ลายคมชัดมีมิติ มีความหนาสูงสุดมากกว่าทุกแบรนด์ กันสะเก็ดหินได้ดี อายุทนนาน5ปี การติดตั้งง่าย และเป็น Air-free อากาศและความชื้นสามารถทะลุผ่านได้ จึงไม่เกิดการสะสมความชื้นไว้ระหว้างฟิล์มกับพื้นผิวรถ แต่ราคาก็สูงกว่าแบรนด์อื่นๆด้วยเช่นกัน



3.


ลักษณะสถานที่ให้บริการ

ควรเป็นสถานที่ ที่ดูปลอดภัย มีรั้วรอบขอบชิดชัดเจน มีการรักษาความปลอดภัยให้กับรถคุณเป็นอย่างดี ดูสภาพสถานที่ติดตั้ง ต้องไม่ตากแดด มีอากาศถ่ายเท แต่ก็ไม่ได้หมายถึงจะต้องอยู่ในห้องแอร์ เพราะการอยู่ในที่อุณหภูมิที่ต่ำจะมีผลกับโดยตรงกับฟิล์ม เพราะฟิล์มจะเปราะ ขาดได้ง่าย เน่องมาจากเมื่ออุณหภูมิของฟิล์มเย็นๆ แล้วต้องมาเจอกับอุณภูมิจากปืนเป่าลมร้อน ซึ่งอุณหภูมิสูง 120-800 องศา ทำให้ฟิล์มเปราะและฉีกขาดได้ง่าย สถานที่ติดตั้งจึงควรจะเป็นที่ ที่มีอากาศถ่ายเท อุณหภูมิไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป ไม่มีฝุ่นฟุ้งกระจาย ถ้าคุณจำเป็นที่จะต้องจอดรถค้างคืนก็ควรดูความน่าเชื่อถือของศูนย์นั้นๆด้วย มีการออกเอกสารรับรถเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ มีระบบรักษาความปลอดภัยหรือเปล่า ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตัวคุณเอง ว่าจะเลือกผู้ให้บริการแบบใด wrap_car


4.


ช่างที่ติดตั้ง

ช่างติดตั้งต้องเป็นทีมช่างที่มีไม่ต่ำกว่า 4 คนขึ้นไป ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพราะการติดตั้งที่ดี จะต้องใช้คนช่วยดึงฟิล์มอย่างน้อย 2 คนงาน wrap จึงจะออกมาเรียบร้อย ถ้าถามว่าน้อยกว่านี้ทำไม่ได้หรือ ตอบว่าทำได้ ถ้าเป็นช่างที่มีฝีมือ และประสบการณ์มากพอ แต่ทั้งนี้คุณเองก็ไม่รู้ว่า ช่างแต่ละที่ ฝีมือและประสบการณ์เป็นอย่างไร เราจึงไม่อาจตัดสินใจในเรื่องฝีมือของช่างได้ ทางเราจึงแนะนำให้ดูจากจำนวนช่างที่ทำงานเป็นหลัก เพราะถ้าเป็นผู้ให้บริการ รายเล็ก รายน้อย ที่เพิ่งเปิดให้บริการ ประสบการณ์ยังไม่มาก ส่วนใหญ่จะมีช่างจำนวนน้อย

แต่ก็มีปัจจัยอื่นอย่างเช่น เรื่องของระยะเวลาในการทำงาน และการตรวจสอบคุณภาพของเจ้าของร้าน ที่จะส่งผลกับผลงานของช่างอีกด้วย แม้ว่าผู้ให้บริการจะมีช่างที่มีประสบการณ์มาก ฝีมือดี แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่างานที่ออกมาจะดีไปด้วย ซึ่งต้องขึ้นกับเจ้าของกิจการที่ต้องหมั่นควบคุมคุณภาพ ให้งานเนียนไร้รอยต่อโดย ไม่เน้นเอาทำเสร็จเร็วเข้าว่า โดยไม่คานึงถึง ความละเอียดในการทำงาน เร่งให้ช่างทำงานไวไว ต่อให้ช่างมีฝีมือแค่ไหน แต่โดนบีบด้วยเวลา และบังคับให้จบงานเร็วๆ เช่น 1 คัน ภายใน ไม่กี่ชั่วโมง งานที่ออกมาก็อาจจะไม่เรียบร้อย และมีรอยต่อเยอะได้เช่นกัน

wrap_car

5.


ผลงานในการติดตั้ง

ผู้ให้บริการควรจะมีผลงานเก่าๆให้ดูเป็นตัวอย่างประกอบในปริมาณที่น่าเชื่อถือ เพราะถ้าผ่านงานมามากแล้วนั่นหมายถึงประสบการณ์ที่มากขึ้นนั่นเอง หรือถ้ามีรถที่รับบริการจอดอยู่ในสถานที่ให้บริการ คุณเองก็สามารถเดินตรวจสอบงานของผู้ให้บริการเองได้ โดยดูจากรถของลูกค้าท่านอื่นที่มาใช้บริการนั่นเอง ถ้าร้านนั้นๆมีการผ่านงานระดับ Super car ระดับที่คันหนึ่งราคาหลายๆล้านมาแล้วยิ่งดี เพราะนั่นหมายถึงการทำงานที่ต้องใช้ฝีมือมากขึ้นด้วยนั่นเอง

wrap_car_thai
6.

เจ้าของร้าน
ควรเลือกร้านที่ดูคุยแล้วน่าจะเป็นมิตร ดูน่าเชื่อถือ พูดจาดี อัธยาศัยดี โดยให้ดูลักษณะของเจ้าของ ของสถานที่นั้นๆด้วย ว่าดูน่าเชื่อถือ และจะมีความรับผิดชอบในภายหลัง หรือไม่ ถ้าดูแล้วเป็นลักษณะเหมือนช่างทั่วไป ทำกันเอง ติดกันเอง แบบนี้เสี่ยงต่อความรับผิดชอบในงานไม่เรียบร้อยที่จะเกิดขึ้น ก็ไม่ควรเลือกใช้บริการ

งาน wrap ที่ดีเจ้าของกิจการควรต้องหมั่นตรวจสอบ และดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด คอยควบคุมผลงานที่ทีมช่างทำออกมา หากเห็นว่าอันไหนไม่ดี ต้องรีบปรับแก้ ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนส่งมอบงานให้กับลูกค้า อย่างเต็มความสามารถ และต้องหมั่นปรับปรุงคุณภาพฝีมือทีมช่าง ให้ทำงานได้เนียน ไร้รอยต่อ โดยไม่เน้นทำงานเสร็จเร็ว เสร็จงานภายในระยะเวลาอันสั้นไม่กี่ชั่วโมง เพื่อแลกกับรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นโดยไม่สนว่าคุณภาพของงานที่ออกมาจะเป็นอย่างไร


7.


บริการถึงบ้าน ดีจริงหรือ ?

ลูกค้าส่วนใหญ่มักชอบที่จะเลือกผู้ให้บริการที่มาให้บริการถึงบ้าน แต่คุณต้องดูให้ดีก่อนว่า ผู้ให้บริการที่มาให้บริการถึงบ้านเหล่านี้น่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะเมื่อเขารับเงินคุณไปแล้ว เขาจะกลับมาแก้งานให้คุณอีกหรือไม่ ในกรณีที่มีปัญหา การบอกว่ารับประกัน ไม่ว่าเขาจะบอกรับประกันกี่ปีก็ตามแต่ ผู้ให้บริการสามารถพูดได้ทั้งนั้น แต่พอถึงเวลาต้องมา Service หลังการขายจริงๆ จะมาให้หรือเปล่า ปัญหาก็อยู่ที่ Service หลังการขายนี่แหละครับ บางร้านตอนรับงานไปติดตั้งถึงที่ แต่พอมีปัญหาให้มาแก้งาน ไม่มาก็มี อิดออด เลื่อนนัดก็มี หรือต้องให้ลูกค้าต้องขับไปหาที่ร้านเองก็มี ไม่เหมือนกับตอนที่ยังไม่ได้รับเงิน


 

ทั้ง 7 ข้อนี้ เป็นหลักเกณฑ์ง่ายๆที่เพียงแต่คุณสังเกต คุณก็จะสามารถเลือกผู้ให้บริการ wrap car ที่ดีได้แล้วครับ รถต้องอยู่กับเราไปอีกนาน อย่าให้คำโฆษณาชวนเชื่อของผู้ให้บริการ มาชักจูงเราได้ครับ Wrap Exclusive อยากให้ผู้ที่สนใจจะ wrap car ทุกคน ได้ผลงานดีๆออกไปครับ


  “เรามั่นใจว่า Wrap Exclusive จะเป็น ศูนย์บริการมาตรฐาน ที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของรถของคุณ”



รับทำเว็บไซต์